Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 มี.ค.2569

ปลานิลเพศผู้โตเร็ว และมีขนาดใหญ่กว่าเพศเมีย 3–4 เท่า จึงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า สถาบันวิจัยการประมงจึงพัฒนาปลานิลแดง ซูเปอร์เพศผู้ ทำให้ลูกปลาที่ได้เป็นเพศผู้มากกว่า 90%(ภาพ:สถาบันวิจัยการประมง)
ปลานิลเพศผู้โตเร็ว และมีขนาดใหญ่กว่าเพศเมีย 3–4 เท่า จึงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า สถาบันวิจัยการประมงจึงพัฒนาปลานิลแดง ซูเปอร์เพศผู้ ทำให้ลูกปลาที่ได้เป็นเพศผู้มากกว่า 90%(ภาพ:สถาบันวิจัยการประมง)

ไถวานเตียว” หรือ Taiwan Tilapia (臺灣鯛) คือปลานิลคุณภาพสูงที่เพาะเลี้ยงตามมาตรฐานอาชีพ จนกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน โดยคนท้องถิ่นคุ้นเคยในชื่อ “อู๋กัวอวี๋”(吳郭魚) ซึ่งชื่อ “อู๋กัวอวี๋” มีที่มาจากอู๋เจิ้นฮุย (吳振輝) และ กัวฉี่จาง (郭啟彰)ที่นำลูกปลานิลจากสิงคโปร์ เข้ามาเพาะเลี้ยงในไต้หวันจนสำเร็จ จึงตั้งชื่อปลาเพื่อเป็นเกียรติแก่ทั้งสอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเพาะเลี้ยงปลานิลในไต้หวัน

ต่อมา หน่วยงานวิจัยได้พัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งคุณภาพเนื้อ การเจริญเติบโต และผลผลิต จนถูกทำตลาดในและต่างประเทศภายใต้ชื่อ “Taiwan Tilapia” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สู่ตลาดสากล

อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมจะพัฒนาไปมาก แต่ปลานิลยังถูกมองว่าเป็นปลาราคาถูกและมีกลิ่นดิน ทำให้ในตลาดสัตว์น้ำที่แข่งขันสูง ยอดขายเติบโตยาก ราคาปรับขึ้นลำบาก ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร

ในปี 2002 กรมประมงไต้หวัน ร่วมกับผู้ประกอบการสร้าง แบรนด์ “ปลานิลไต้หวันไถวานเตียว (Taiwan Tilapia)” โดยใช้สายพันธุ์หลักคือ ปลานิลพันธุ์ปรับปรุง(GIFT) และ Nile Red Fish ดังนั้นปลานิลไต้หวันไถวานเตียว จึงไม่เพียงช่วยภาพลักษณ์แบรนด์ แต่ยังสะท้อนการควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะเลี้ยงจนถึงการแปรรูป เฉพาะปลาคุณภาพดีที่ผ่านมาตรฐานการแปรรูป ส่งออก หรือแม้กระทั่งกินดิบ จึงจะเรียกว่า ไถวานเตียว(Taiwan Tilapia) นอกจากนี้ ผู้ประกอบการหลายรายยังได้รับการรับรอง Traceability, ASC (Aquaculture Stewardship Council) เพื่อการเพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืน และสมาคมปลานิลไต้หวัน ก็จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2003 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

หากกล่าวถึงคนรุ่นเก่าอาจยังจำภาพ “เลี้ยงปลานิลในนา” ได้ ตั้งแต่ยุคอาณานิคมญี่ปุ่น มีเกษตรกรเลี้ยงปลาคาร์พในนา แต่ยังไม่แพร่หลาย จนกระทั่งปี 1951 คณะกรรมการเพิ่มผลผลิตประมงไต้หวันของกระทรวงเศรษฐการ ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของปลานิลที่โตเร็ว ต้นทุนต่ำ และฤดูการเติบโตตรงกับฤดูทำนา ส่งเสริมให้เลี้ยงปลานิลในนา นอกจากได้โปรตีนจากสัตว์ ยังช่วยการจัดการนา แต่เนื่องจากผลตอบแทนไม่เป็นไปตามคาด สัดส่วนการผลิตลดลงทุกปี และการเพาะเลี้ยงน้ำเค็มเริ่มเป็นศูนย์กลาง ทำให้ภาพปลานิลในนาลดลง

ในช่วง 1970 รัฐบาลกลางร่วมกับท้องถิ่น พัฒนาระบบ “เกษตรประมงรวม” เพื่อเร่งพัฒนาชนบท ให้เลี้ยงปลานิลเพิ่มขึ้น แต่หลายฟาร์มตั้งโรงเรือนสัตว์ใกล้บ่อปลา จึงปล่อยขี้เป็ด ขี้หมูลงบ่อ เพื่อให้ปลานิลและหอยเติบโต แม้ปลาจะโตดี แต่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่า “ปลานิลกินขี้โต” แท้จริงแล้วปลานิลไม่ได้กินขี้ เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย ขี้สัตว์ใช้เพียงเลี้ยงแพลงก์ตอนในบ่อ จากนั้นจึงเก็บแพลงก์ตอนไปให้ปลานิลและหอยกิน ปัจจุบัน ฟาร์มมืออาชีพเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป การเลี้ยงแบบเก่าที่ทำให้คนคิดว่า “กินขี้โต” จึงหมดไปแล้ว

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解