ไต้หวันประสบความสำเร็จเพาะพันธุ์ปลาคาร์ดินัลเตตร้า (Cardinal Tetra) หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า “หงเหลียนเติง (紅蓮燈)” ปลาตู้ขนาดเล็กยอดนิยมทั่วโลก ด้วยลำตัวสีน้ำเงินสว่างตัดกับท้องสีแดงราวนีออน เดิมต้องพึ่งพาการจับจากธรรมชาติในอเมริกาใต้ หรือการนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทีมวิจัยจากสถาบันวิจัยการประมง กระทรวงเกษตรฯ ใช้เทคนิค “การกระตุ้นสิ่งแวดล้อม” และการจัดการโภชนาการอย่างแม่นยำ ทำให้ปลาคาร์ดินัลสามารถผลิตได้จำนวนมากในไต้หวัน ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมปลาสวยงามของประเทศ
ปลาคาร์ดินัลมีตลาดใหญ่ทั่วโลก เช่น ในสหรัฐฯ มียอดขายเดือนละ 2 ล้านตัว ส่วนไต้หวันนำเข้าปีละประมาณ 1.2 ล้านตัว หรือเกือบ 40% ของตลาดนำเข้า การเพาะพันธุ์สำเร็จในฟาร์มไต้หวันช่วยลดการจับจากธรรมชาติและการนำเข้า พร้อมเปิดโอกาสต่อยอดไปยังปลาสวยงามชนิดอื่น ๆ และสร้างโอกาสให้ตลาดปลาในประเทศเติบโตได้มากขึ้น
สถาบันวิจัยการประมงไต้หวันประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ดินัลในฟาร์ม โดยจำลองสภาพแวดล้อมลุ่มน้ำอเมซอน เซียวอวี้เฉิน(蕭玉晨) ผู้ช่วยนักวิจัย ระบุว่า ปัจจุบันปลาคาร์ดินัลในตลาดส่วนใหญ่ยังมาจากการจับธรรมชาติหรือนำเข้าจากประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย แต่เทคนิคใหม่ของไต้หวันทำให้สามารถผลิตจำนวนมากภายในประเทศ เปิดโอกาสใหม่ให้อุตสาหกรรมปลาสวยงาม
ความท้าทายหลักในการเพาะพันธุ์คือ ต้องจำลองฤดูกาลในลุ่มน้ำอเมซอน ปลาคาร์ดินัลผสมพันธุ์ตามสัญญาณฤดูฝน เช่น น้ำขึ้น อุณหภูมิและค่า pH เปลี่ยน และความสว่างแตกต่าง ทีมวิจัยพบว่า การปรับเพียงปัจจัยเดียวไม่พอ ต้องปรับหลายปัจจัยพร้อมกัน หรือ “การสั่นสะเทือนของสภาพแวดล้อมแบบรวมหลายปัจจัย” จึงกระตุ้นให้ปลาโตและไข่ปฏิสนธิสำเร็จ
นอกจากนี้ การจัดการโภชนาการ ยังเป็นกุญแจสำคัญ ปลาพ่อแม่ต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนก่อนการขยายพันธุ์ เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์พร้อม เมื่อสภาพแวดล้อมและโภชนาการพร้อม ปลาคาร์ดินัลจึงจับคู่และวางไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การดูแลลูกปลา (Fry) เป็นสิ่งสำคัญ กระบวนการผลิตจำนวนมากครอบคลุมตั้งแต่การสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับผสมพันธุ์ไปจนถึงการติดตามการเติบโต ลูกปลาคาร์ดินัลฟักประมาณ 35 วัน ยาวเพียง 0.76 ซม. การให้อาหารที่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิดช่วยให้เติบโตอย่างมั่นคง และหลัง 50 วันจะเริ่มแสดงสีแดง–น้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์
สรุปเทคนิคสำคัญ: “การสั่นสะเทือนของสภาพแวดล้อม” เป็นสวิตช์กระตุ้นการขยายพันธุ์ ส่วน “การจัดการโภชนาการ” เป็นพลังสนับสนุนตลอดกระบวนการ ทั้งสองต้องทำควบคู่กัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ นี่คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ดินัลในฟาร์ม